เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา คลื่นวิทยุ Fat Radio ได้จัดงานประจำปีขึ้นอีกครั้ง
ก็งานที่มีทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เวลาก็ล่วงเลยมาจน 6 ปีแล้ว
เร็วมากมากบรรยากาศเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ยังติดตา ฝังใจอยู่เลย (อ้วก!!)
เหอ เหอ เหอ . . . (บ่งบอกอายุ อย่างเห็นได้ชัด)
งาน Fat Fest. ครั้งแรกจัดที่โรงงานยาสูบเก่า แถวสาธร
จำได้อย่างติดตาว่า อยู่ข้างกับสุสานเก่าๆ บรรยากาศวังเวง
โรงงานยาสูบสถานที่จัดงานก็เก่ามาก จนไม่มั่นใจว่าจะพังเมื่อไร
แม้ทุกอย่างจะไม่พร้อม แต่งานครั้งนั้น เป็นงานที่สมบูรณ์มากมาก
โชว์ทุกโชว์ที่มีโอกาสได้ดู ก็เต็มอิ่ม ประทับใจจริงจริง
ตั้งแต่นั้นมา เรามีโอกาสได้ไปงาน Fat Fest. เกือบทุกครั้ง
ยกเว้นครั้ง 4 ที่จัดขึ้นที่สนามม้านางเลิ้ง (ยังดีใจจนถึงทุกวันนี้ ที่ไม่ไป)
งานFat Fest. ครั้งที่ 2 ที่ Imperial ลาดพร้าว เป็นสถานที่(เกือบ)ร้างอีกเช่นกัน
ครั้งนี้ได้ไปในฐานะอาสาสมัคร ก็ไปขำขำ ช่วยงานเขา สนุกไปอีกแบบ
ทำงานเป็นกะ เวลาไม่ทำอะไรก็เดินดูคอนเสิร์ตมันได้ทุกเวที ชอบชอบ
รวมๆ งานครั้งที่ 2 ก็ถือว่าโอเคเลยทีเดียว ใกล้เคียงกับครั้งแรกแต่อลังการขึ้นนิดนึง
ครั้งที่ 3 เริ่มน้ำตาไหล จัดงานที่สวนสยาม ครั้งนั้นจำได้ว่าไม่ happy เลย
เซ็งๆ เบื่อๆ บรรยากาศแปลกๆ สถานที่ไกลๆ งานเริ่มใหญ่ระดับชาติ หึหึ
ต่อมาครั้งที่ 5 จัดที่แดนเนรมิต เพื่อนๆไปตั้งบูธขายหนังสือทำมือกัน
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ Fat เริ่มขายบัตรเข้างาน แพงด้วย ฮือ ยังเสียดายตังอยู่ . . .
เพราะต้องการสกรีนคน เนื่องจากบทเรียนแย่แย่ของครั้งที่แล้ว
โอ้วววว ครั้งนี้น้ำตาไหลพรากๆ ห่วยสุดสุด มันแบบเอ่อ. . . พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
ฝนตกด้วย ตกหนักมาก ร่มก็หาย เพราะต้องฝากร่มไว้ก่อนเข้างาน
เขาเกรงว่าจะใช้ร่มเป็นอาวุธ (เหอ เหอ มีแค่มือเปล่า เท้าเปล่า มันก็ทะเลาะกันได้)
กลับบ้านอย่างเปียกปอน Taxi ก็ไม่รับขึ้นรถ น่าอนาถ --"
และแล้วก็มาถึงครั้งล่าสุด ครั้งที่ 6 ครั้งนี้อลังการงานสร้างขึ้นไปอีก
เพราะจัดกันที่ Challenger Hall เมืองทองธานีกันเลยทีเดียว
คราวนี้บรรยากาศไม่เหมือนเดิมอย่างเห็นได้ชัด เพราะมีความเป็นมืออาชีพขึ้น
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือป่าว แต่รู้สึกได้ว่าเป็นงานเป็นการมากขึ้นทีเดียว
เพราะฉะนั้น ความกันเองก็เลยลดลง แต่ไม่เป็นไร มันไม่สำคัญอีกแล้ว
เพื่อนๆ จองบูธขายของกันอีกเช่นเคย
เป็นบูธขายเสื้อแถมซีดี แหม ม ม ทำไปได้ !!!!
แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีซีดีขาย มีซีดีขายด้วย limited edition มีเพียง 20 แผ่นเท่านั้น
ทำเอง ร้องเอง ฟังเองแล้วด้วย เลยอยากเอามาให้คนอื่นได้ฟังกันบ้าง
ขายดีมาก ก ก ก ก แค่วันแรกเสื้อก็เกือบหมดแล้ว
Akira Shock !! กันเลยทีเดียว แบบว่ามีจังหวะที่งงเป็นไก่ตาแตก
มีคนเขามารุมๆ ถามพร้อมกัน เฮ้อ ไม่น่าเชื่อ !!
(ขอโทษนะป๊อก ให้เราขาย ใครต่อราคา เราลดหมดเลย ขาดทุน --")
พอวันที่ 2 เห็นคนใส่เสื้อที่ซื้อไป กลับมาถามหาอีกก็ดีใจ
น้ำตาไหลพรากพราก มันน่าปลื้มแทนเพื่อนเราจริงจริง
อ่อ ที่สำคัญ พี่เมธี MD (ขวัญใจเรา) เห็นเสื้อที่พวกเราใส่ ถึงกับออกปากชม ว่าสวยดี
กรี๊ด ด ด ด ด ด !!! . . . ในใจ
ส่วนซีดี ก็หมดเกลี้ยง ดีใจด้วยนะเพื่อนๆ น้องๆ
หุหุ ถึงงานครั้งนี้จะไม่ค่อยได้เห็นอะไรมาก เพราะอยู่กับบูธสะส่วนใหญ่
แต่ยังมีโอกาสได้ดูโชว์หลายๆโชว์ ที่ประทับใจสุด คงจะเป็น "พราว"
เพราะไม่ได้ดูมานานมากแล้ว ถึงเราจะไม่ใช่สาวกตัวจริง
แต่ก็รู้สึกดีเสมอ ที่มีโอกาสได้ดูโชว์ของวงพราว
อ่อ ยังได้ดู Paradox ด้วย เหอะ เหอะ นับวันยิ่งบ้าบอ แต่ก็รักนะ 5 5 5
อ่อ อ่อ JJ (เจ-เจตมนต์ กับ เจ-มณฑล) ก็เท่สะไม่มี
แม้จะมีคนบอกว่า คนหล่อทำอะไรก็ไม่ผิด
เราขอเถียงว่า "ผิดโว้ย" แต่พร้อมอภัยเสมอ กร๊ากกกกก
อ่า และตามไปดู Futon (เหมือนปีที่แล้วเลย)
คราวนี้มีจุดมุ่งหมายจะไปดูพี่เมธีขึ้นไปแจมกับ Futon
เสียดายมาก ที่ไม่มี Moderndog ขึ้นเล่น พี่ป๊อดไปญี่ปุ่นสะงั้น เสียใจ . . .
เพราะตอนที่ MD เล่นงานอะไรสักอย่าง หน้าตึก Office CentralWorldก็ไม่ได้ไปดู
เพราะหวังไว้ว่าจะมาดูในงานนี้ อย่างเต็มที่ เฮ้อ เสียดาย เสียดาย
มีวงอื่นๆอีกหลายวงที่ผ่านตา ผ่านหู ก็ประทับใจเช่นกัน
ถือว่างาน Fat Fest. ครั้งนี้ ไม่ได้น่าผิดหวังอย่างครั้งที่ผ่านมา
แถมยังช่วยเรียกความทรงจำเก่าๆ ให้กลับเข้ามาในห้วงความคิดอีกครั้ง
อยากกลับไปเป็นแบบเมื่อ 6 ปีก่อนอีกครั้งจัง . . .
ปล. เด็กเด็กของเรามีบูธในงานด้วย เหอ เหอ สงสารอ่า . . .
มันคนละสไตล์กันเลยน้า ลองเดินไปเฉียดๆดู ก็เอ่อ เงียบเชียว คิดไงมาเปิดบูธงานนี้เนี่ย
อ่อ รึเพราะ fino เป็น sponsor เลยมาเปิด ? ? ?
บัตรเข้างาน Fat Festival ครั้งที่ 6 ณ Challenger Hall 2-3 เมืองทองธานี
หุหุ มันเป็นบัตรฟรี สังเกตุดีดีจะมีคำว่า Complimentary

ปล. ถ้าต้องเสียตังค์ก็เสียดายเหมือนกันนะ แหะ แหะ